พระราหู

 

 

ราหู.png

 

 

พระราหู ไม่ใช่ยักษ์มาร/ผีโขมด ไม่ใช่ความหลงมัวเมาในตัณหา ไม่ใช่ความโง่เขลาเบาปัญญา

 

ราหู.jpg

 

ในสมัยโบราณ เมื่อคนเรามีความรู้ในทางดาราศาสตร์ยังไม่กว้างขวาง คราใดเกิดปรากฎการณ์

จันทรคลาส หรือ สุริยคลาส ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่อง พระราหูไล่จับพระจันทร์ และพระอาทิตย์

เมื่อจับได้ก็จะอมไว้ บังเกิดความมืดปกคลุมไว้ หรือเกิดวามกลัวว่า พระจันทร์ พระอาทิตย์

จะดับไปชั่วนิรันดร์ จึงต้องช่วยกันแก้ไขด้วยการ ตีเกราะ-เคาะกะลา จุดประทัด ยิงปืน

นัยว่าเพื่อทำให้พระราหูตกใจกลัว จะได้คายพระจันทร์ พระอาทิตย์ รีบหลบหนีไป


รื่องราวของ พระราหู ผู้มีอานุภาพร้ายกาจเป็นที่น่าเกรงขาม ส่วนใหญ่มีอยู่ในคัมภีร์โหราศาสตร์ กล่าวไว้ในรูปตำนานแตกต่างกันหลายฉบับ โดยสมมุติว่าพระราหูเป็นเทวดา

กึ่งอสูรเกิดจากพระอิศวรเจ้าทรงสร้างขึ้นจากหัวผีโขมด 12 หัว นำมาป่นแล้วประพรมด้วย

น้ำอมฤตจึงเกิดเป็นพระราหูเทวบุตร ขึ้นในสวรรค์ชั้นฟ้า มีอิทธิฤทธิ์ไม่ยอมอ่อนน้อมให้แก่ผู้ใด

 

ต่อมาเหล่าเทวดาได้ชักชวนกันสร้างน้ำอมฤต แต่พระราหูทำแชเชือน ไม่ให้ความร่วมมือ

ครั้งเหล่าทวยเทพชุมนุมกันกวนน้ำอมฤต เสร็จสิ้น พระราหู แอบเข้าไปลักกินน้ำอมฤต

และพระจันทร์ กับ พระอาทิตย์ ไปพบเห็นเข้า จึงนำความไปฟ้องต่อพระนารายณ์ผู้เป็นใหญ่

พระนารายณ์ทรงพิโรธขว้างจักรไปตัดกาย ราหู ขาดออกเป็น 2 ท่อน เดชะอำนาจที่ได้ดื่ม

น้ำอมฤต จึงไม่ตาย ท่อนหัวเป็นยักษ์ ล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศ คอยไล่จับพระจันทร์

พระอาทิตย์ กลืนกินด้วยความอาฆาตแค้น ส่วนท่อนล่างมีลักษณะคล้ายงู กลายเป็น

ปรากฏการณ์ที่ทำให้เกิดความมืดขึ้นบนพื้นโลกอยู่เนือง ๆ


ผู้ที่ไม่รู้ถึงนัยอันล้ำลึกของวิชาโหราศาสตร์ ซึ่งซ่อนเร้นความความรอบรู้ ความลับของธรรมชาติ

ไว้ในรูปนิทานปรัมปรา สำคัญผิดคิดว่า พระราหู เปรียบดังความมืดมัวเมาเหมือนดังกิเลสตัณหา

ที่คอยติดตามทำลายด้วยจิตของมนุษย์ให้เกิดความเขลา จนถึงกับกล่าวคำเปรียบเปรย

ถึงคุณสมบัติในทางชั่วร้ายไว้ว่า “ ดูมัวเมา ให้ดูราหู ” ดังนี้เป็นต้น


คาถาบูชาพระราหู

 

พระคาถาสุริยะบัพพา

กุสเสโตมะมะ กุสเสโตโต ลาลามะมะ

โตลาโม โทลาโมมะมะ โทลาโมมะมะ

โทลาโมตัง เหกุติมะมะ เหกุติ


พระคาถาจันทบัพพา

ยัตถะตังมะมะ ตังถะยะ ตะวะตัง

มะมะตัง วะติตัง เสกามะมะ

กาเสกัง กาติยังมะมะ ยะติกา

 

คำถวายเครื่องสังเวยพระราหู

นะโมเม พระราหูเทวานัง ธูปะทีปะ จะปุปผัง สักการะวันทะนัง

สูปะพะยัญชะนะ สัมปันนัง โภชะนานัง สาลีนัง

สะปะริวารัง อุทะกังวะรัง อาคัจฉันตุปะริภุญชันตุ

สัพพะทา หิตายะ สุขายะ พระราหูเทวา มะหิทธิกา เตปิ

อัมเห อะนุรัก ขันตุ อาโรคะ เยนะ สุเขนะจะฯ

ข้าแต่เทพราหู เทพแห่งโชคลาภอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ข้า........... ( ชื่อตนเอง) ขอบูชาท่าน

ด้วยของดำ 8 อย่าง ขอให้ข้าฯปราศจากภัย และอันตรายใดๆ ขอให้ท่านประทานพร

โชคลาภความร่ำรวย ทั้งหลายทั้งปวง ให้แก่ข้าฯด้วยเทอญ

 

การบูชาพระราหู

 

ตามหลักของชาวฮินดูโบราณจะประกอพิธีในช่วง คืนวันพุธของเดือนกุมภาพันธ์

ของทุกปีหรือจะบูชาเดือนใดก็ได้


ดอกไม้ : พวงมาลัยดาวเรือง ดอกบัว ดอกไม้สีม่วง ผ้าแพรสีม่วงหรือสีดำ

สุรา ข้าวตอก ของคาวของหวาน ผลไม้รสเปรี้ยว ใช้สีดำหรือสีคล้ำ ธูปเทียนสีดำ

การตั้งโต๊ะ : ตั้งเครื่องบวงสรวงไว้นอกชายคาบ้านตั้งไว้ ทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ)


เครื่อง สังเวย ของถวาย

 

การบูชาครั้งแร : จงบูชาด้วยของดำ ๘ อย่าง และธูปดำ ๘ ดอก ในวันพุธตอนกลางคืน

วันพุธต่อไปให้บูชาด้วยเหล้า ๑ จอก ธูปดำ ๘ ดอก

 

วันบูชา : ขอให้บูชาในวันพุธตอนกลางคืน (เวลาใดก็ได้ที่สะดวก) กลางแจ้งที่มีลมพัดผ่าน

ทิศ: หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

 

ส่วนของดำทั้ง 8 ที่ควรเอาไปบูชา มีดังนี้

1. ไก่ดำ ความหมายคือ คุ้ยเขี่ย ค้าขายดี

2. เหล้า ความหมายคือ ความกล้าในการเสี่ยง การลงทุนดี

3. กาแฟดำ ความหมายคือ คิดอะไรก็สมหวัง

4. เฉาก๊วย ความหมายคือ ความใจเย็นและมีความคิดรอบคอบ

5. ถั่วดำ ความหมายคือ ความเจริญรุ่งเรือง

6. ข้าวเหนียวดำ ความหมายคือ ความเหนียวแน่นในเรื่องการเงินและความรักครอบครัว

7. ขนมเปียกปูน ควาหมายคือ การปูนบำเหน็จ รางวัลและความสำเร็จโชคลาภ

8. ไข่เยี่ยวม้า ความหมายคือ การวิ่งเต้น หรือการติดต่อให้ได้รับความสำเร็จ


 

ท่านที่หาของตามนี้ไม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นของดำอย่างอื่น เช่น องุ่นดำ งาดำ น้ำอัดลมสีดำก็ได้

ทั้งนี้ของดำทั้ง ๘ อย่างต้องให้สุกทั้งหมด (หมายถึงพร้อมกินหรือดื่มได้)

 

ราหู1.jpg


เสร็จพิธี :  เมื่อธูปหมดดอกก็เป็นอันเสร็จพิธี ให้นำของบูชาทั้งหมดมารับประทานได้

เหล้าให้นำมาดื่มหรือผสมน้ำอาบก็ได้ (ไม่มีคำลา)

 คนเกิดวันพุธกลางคืน :  ถ้าบูชาตลอดชีวิตได้จะดีมาก


การบูชาพระราหู ผู้บูชาจะต้องมีศีลมีธรรมและมีความดี มีคุณธรรมสูงและทำบุญ

กุศลอยู่เสมอ ความร่ำรวยหรือโชคลาภใหญ่ก็จะเกิดขึ้นได้

 

 

ขอขอบคุณที่มาจากเว็บไซด์หลักเมือง 30 ดอทคอม และขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ครั้งนี้



-----------------------------------------------------------

 


Share |